Truly Healthy Ratio

ประโยชน์ของสับปะรด

สุขภาพดี ด้วย “สับปะรด”

สับปะรด เป็นมากกว่าผลไม้เมืองร้อนที่มีรสชาติอร่อย และให้ความสดชื่น แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาอีกด้วย

สับปะรด เป็นแหล่งวิตามินซี วิตามินบี และแร่ธาตุ เช่น แมงกานีส ซึ่งวิตามินซีในสับปะรดประมาณ 1 ถ้วย จะมีวิตามินซี 78.9 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าอาหารที่แนะนำต่อวันสำหรับผู้หญิงที่ 75 มิลลิกรัม และใกล้เคียงกับคำแนะนำสำหรับผู้ชายที่ 90 มิลลิกรัม ซึ่งวิตามินซีมีความสำคัญ เนื่องจากสามารถส่งเสริมการเจริญเติบโต และซ่อมแซมร่างกาย และมีส่วนช่วยในการดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

1. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

วิตามินซีในสับปะรด และสารต้านอนุมูลอิสระ มีส่วนช่วยการในการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันต่อเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย จากการศึกษา พบว่าคนที่บริโภคสับปะรด มีโอกาสติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย น้อยกว่าคนที่ไม่ได้บริโภคในช่วงระยะเวลาศึกษา 9 สัปดาห์ นักวิจัยสรุปว่าการรับประทานสับปะรดประมาณ 140 – 280 กรัม ทุกวัน สามารถช่วยลดโอกาสของการติดเชื้อต่าง ๆ ได้

2. เพิ่มประสิทธิภาพในการลดน้ำหนัก

จากการศึกษาพบว่า น้ำสับปะรดสามารถลดการสร้างไขมัน และเพิ่มการสลายไขมันได้ นอกจากนี้ สับปะรดยังมีแคลอรี่ต่ำ มีวิตามิน และแร่ธาตุที่สำคัญสูง และไม่มีไขมันอิ่มตัว หรือไขมันทรานส์ สับปะรดจึงเป็นผลไม้ที่มีรสชาติหวาน แต่มีแคลอรี่ที่ต่ำกว่าขนมหวานอื่น ๆ

3. เพิ่มประสิทธิภาพในระบบย่อยอาหาร

สับปะรดประกอบด้วย โบรมีเลน ซึ่งเป็นส่วนผสมของเอ็นไซม์ ที่สามารถปรับปรุงระบบย่อยอาหาร ให้มีประสิทธิภาพ สามารถช่วยป้องกันอาการท้องผูก และช่วยให้ร่างกายสามารถย่อยโปรตีน ลดเซลล์ภูมิคุ้มกันอักเสบ หรือไซโตไคน์ ที่ทำลายเยื่อบุทางเดินอาหาร

4. เสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

นอกจากแคลเซียมแล้ว แร่ธาตุแมงกานีสในสับปะรด ยังสามารถรักษากระดูกให้แข็งแรง แมงกานีสสามารถป้องกันโรคกระดูกพรุน และช่วยปรับปรุงความหนาแน่นของกระดูก จากการศึกษาพบว่า สับปะรดเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยแมงกานีส ซึ่งสูงถึง 76% DV หรือค่าอาหารที่แนะนำต่อวัน

5. ต่อต้านอนุมูลอิสระ

สับปะรดเป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่สามารถต่อต้านการอักเสบ และป้องกันเซลล์ถูกทำลาย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคอัลไซเมอร์ และปัญหาทางด้านการมองเห็น

6. ต่อต้านอาการอักเสบ

อาการอักเสบที่สูงเกินไป อาจนำไปสู่การเกิดโรคต่าง ๆ ได้ เช่น โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน โรคมะเร็ง และโรคอัลไซเมอร์ ในสับปะรดอุดมไปด้วยสารต้านอาการอักเสบ สามารถลดอาการบวม ฟกช้ำ และความเจ็บปวดต่าง ๆ ที่เกิดจากการบาดเจ็บ หรือการผ่าตัดได้

สรุป

ในประเทศไทย สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย สามารถบริโภคได้ตลอดทั้งปี และมีราคาไม่สูง ในขณะที่มีคุณค่าทางสารอาหาร และแร่ธาตุที่สำคัญหลายชนิด หากต้องการลดน้ำหนัก สับปะรดให้พลังงานต่ำกว่าขนมหวานต่าง ๆ ซึ่งอาจให้พลังงานสูง มีไขมันที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และไม่มีคุณค่าทางสารอาหาร หรือแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เพราะฉะนั้น สับปะรดจึงเป็นผลไม้ ที่สามารถบริโภคได้ทุกวัน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้น เช่น เสริมสร้างความแข็งแรงให้กับระบบภูมิคุ้มกัน ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น กระดูกแข็งแรง และลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน และสารต้านอนุมูลอิสะ ที่สามารถช่วยรักษาเซลล์ ไม่ให้เสื่อมสภาพ และมีความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนร้ายแรง