Truly Healthy Ratio

ผักผลไม้ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิก

มาตรฐานออร์แกนิก

ในอดีต ประชากรโลกเคยประสบปัญหาการขาดแคลนอาหาร ทำให้มีการใช้สารเคมีในการช่วยกำจัดศัตรูพืช และปุ๋ยเคมีต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ ปัญหาการขาดแคลนอาหารลดน้อยลง และสามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตาม การ ใช้สารเคมีต่าง ๆ กลับมีสูงขึ้น ส่งผลให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือโรคลูคีเมีย โรคมะเร็ง ต่อมน้ำเหลือง โรคความเสื่อมของระบบประสาท หรือโรคพาร์กินสัน และความพิการแต่กำเนิด ด้วยโรคร้าย และปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ทำให้มีการเพิ่มคุณภาพอาหารให้สูงขึ้น หนึ่งในนั้นคือ การทำฟาร์มออร์แกนิก ซึ่งช่วย ให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากสารเคมี โรคร้าย และปัญหาสุขภาพต่าง ๆ ในปัจจุบัน (Magkos et al. 2006)

อาหารออร์แกนิก การผลิตและการจัดการอาหารออร์แกนิกตามมาตรฐาน

อาหารออร์แกนิก ถือเป็นอาหารที่มีความปลอดภัยสูง และมีคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอาหารปกติ คำว่า “ออร์แกนิก” เริ่มมาจาก Lord North Bourne ในปี 1939 หมายถึงการไม่ใช้สารกำจัดศัตรูพืช ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ผลผลิตปลูกในดินที่มีแร่ธาตุจากธรรชาติเท่านั้น ไม่ใช้วัตถุกันเสีย ไม่ใช้ฮอร์โมนเพื่อเร่งการเจริญเติบโตของ ผลผลิต และไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ พืชผักผลไม้ออร์แกนิกมีปริมาณโพลีฟีนอล ที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ และลดภาวะการอักเสบ รวมถึงช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคเรื้อรัง และกรดแอสคอร์บิก หรือวิตามิน ซี สามารถ ช่วยในการซ่อมแซม และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย และเสริมสร้างคอลลาเจน (B et al., 2017)

นอกจากการไม่ใช้สารเคมีต่าง ๆ แล้ว การผลิตและจัดการอาหารออร์แกนิก ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูก การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การจัดเก็บ ตลอดจนการจำหน่าย ซึ่งมีมาตรฐาน และวิธีการที่สูงกว่าการผลิตพืชผักผลไม้ทั่วไป และต้องรายงานทุกขั้นตอนการผลิตทั้งหมด เพื่อให้ผ่านการ รับรองมาตรฐานออร์แกนิก

สถานที่ผลิตต้องมีการวางแผนควบคุม ป้องกัน และจำกัดสัตว์พาหะและแมลง เช่น กำจัดรัง แหล่งอาหาร และ แหล่งเพาะพันธุ์ จัดการปัจจัยสภาพแวดล้อม เช่น อุณหภูมิ แสง ความชื้น บรรยากาศ และการหมุนเวียนอากาศ เพื่อป้องกันการเกิดใหม่

การผลิต และการจัดการ ต้องไม่ใช้สารสังเคราะห์ หรือวัตถุดิบสังเคราะห์ และรายงานทุกสารที่ใช้ในการผลิต และการจัดการ สามารถอธิบายส่วนประกอบของสาร ที่มาของสาร สถานที่ที่ใช้สาร และเอกสารแสดงข้อมูลของสาร

ทุก ๆ การผลิต และการจัดการ ต้องทำบันทึกทุกขั้นตอนให้เหมาะสมกับรูปแบบธุรกิจ โดยรายละเอียดต้อง สามารถเข้าใจได้ และตรวจสอบได้ โดยเก็บบันทึกไว้ไม่น้อยกว่า 5 ปี และพร้อมสำหรับการเรียกตรวจสอบจาก ผู้ตรวจสอบที่ได้รับอนุญาตทุกเวลา ตั้งแต่การรับวัตถุดิบจากผู้ผลิต การผลิต การทำความสะอาด การจัดส่ง การ ควบคุม ป้องกัน และจำกัดสัตว์พาหะและแมลง การจัดการข้อร้องเรียน โดยเฉพาะข้อมูลการผลิต ต้องสามารถ ตรวจสอบรอบการผลิต รอบวัตถุดิบที่ใช้ สินค้าคงคลัง เพื่อใช้ในการเรียกตรวจสอบ

การใช้ฉลากออร์แกนิก

The U.S. Department of Agriculture (USDA) ก่อตั้งการรับรองมาตรฐานออร์แกนิก ที่มีเกณฑ์การรับรองที่ เข้มงวด และควบคุมจากรัฐบาล เพื่อให้แน่ใจว่าการเพาะปลูก การผลิตและการจัดการต่าง ๆ ถูกต้องตาม มาตรฐาน

โดยการใช้ฉลากออร์แกนิก จะขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นต์ของวัตถุดิบออร์แกนิกที่ใช้ (USDA, 2021)

1. ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก 100% สามารถใช้ฉลากออร์แกนิก และใช้คำว่า “ออร์แกนิก 100%” ได้
2. ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกอย่างน้อย 95% สามารถใช้ฉลากออร์แกนิก และใช้คำว่า “ออร์แกนิก” ได้
3. ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกอย่างน้อย 70% ไม่สามารถใช้ฉลากออร์แกนิกได้ แต่ใช้คำว่า “ผลิตจากวัตถุดิบ ออร์แกนิก” ได้
4. ใช้วัตถุดิบออร์แกนิกน้อยกว่า 70% ไม่สามารถใช้ฉลากออร์แกนิก และไม่ใช่ออร์แกนิก หากมีการจำหน่าย หรือใช้ฉลากออร์แกนิก โดยไม่ผ่านมาตรฐานออร์แกนิก ค่าปรับอาจสูงถึง $18,530 หรือ ประมาณ 558,000 บาท มาตรฐานออร์แกนิกในแต่ละประเทศ อาจมีเกณฑ์ในการรับรองแตกต่างกัน โดยหลาย ๆ ประเทศมีเกณฑ์ที่ใช้ อ้างอิงจาก USDA ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสากล และมีเกณฑ์ในการรับรองที่เข้มงวด

สรุป

การผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิก ทุกบริษัทที่เกี่ยวข้องในการผลิตต้องผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิ กทุกบริษัท เช่น บริษัทผลิตวัตถุดิบ เช่น ผัก ผลไม้ ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิก ในการปลูก และเก็บ เกี่ยวให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ บริษัทแปรรูป น้ำผักผลไม้ ต้องผ่านการรับรองมาตรฐานออร์แกนิก ในการสกัด น้ำผักผลไม้ ให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์เช่นกัน เพราะฉะนั้น ถึงแม้บริษัทแปรรูป น้ำผักผลไม้ ใช้วัตถุดิบออร์แกนิก 100% จากบริษัทวัตถุดิบที่ได้รับการรับรอง แต่บริษัทแปรรูป ยังไม่ได้รับการรับรอง ไม่สามารถใช้คำว่า ออร์แกนิก หรือใช้ฉลากออร์แกนิกได้ และถือว่ามีความผิด

การเลือกซื้อสินค้ามาตรฐานออร์แกนิก ให้ตรวจสอบฉลากออร์แกนิกบนสินค้า ที่ผ่านการรับรองจากบริษัทที่ได้ รับอนุญาต โดยเลือกบริษัทที่ได้รับการอนุญาตมีมาตรฐานในระดับสากล ฉลากออร์แกนิกมีเลขที่การรับรอง ซึ่ง สามารถตรวจสอบสถานะการรับรองปัจจุบันจากเลขที่การรับรองได้

อ้างอิง

B, R., J, S., B, V., N, T., S, E. and M, R., 2017. Organic Food and Health: A Systematic Review. Journal of Community Medicine & Health Education, 07(03). Maity, T., Saxena, A., Raju, P. and Bawa, A., 2010. Organic foods: Healthier way of living.