Truly Healthy Ratio

น้ำผักผลไม้สกัดเย็น หรือ cold-pressed juice คือ

รู้จักน้ำผักผลไม้สกัดเย็น หรือ cold-pressed juice ให้มากขึ้น

หากชอบดื่มน้ำผักผลไม้ ต้องรู้จัก และเคยดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นมาก่อนแน่นอน อย่างไรก็ตาม น้ำผักผลไม้สกัดเย็น สามารถสกัดได้ทั้งแบบเครื่องสกัดรอบต่ำ (masticating juicer) หรือระบบไฮดรอลิก เพรส (hydraulic press) หากต้องการดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น แบบโคลด์ เพรส (cold-pressed) ควรเลือกดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นที่สกัดด้วยระบบไฮดรอลิก เพรส ซึ่งคุณภาพของเครื่องดื่มจะแตกต่างกัน สามารถอ่านความแตกต่างของ เครื่องสกัดน้ำผักผลไม้แรงหมุนเหวี่ยง, รอบต่ำ, และระบบไฮดรอลิก เพรส (โคลด์ เพรส) ได้ ที่นี่

น้ำผักผลไม้สกัดเย็น หรือ cold-pressed juice คือ

น้ำผัก หรือ น้ำผลไม้สกัดเย็น คือ การสกัดน้ำผักผลไม้ โดยไม่สัมผัสความร้อน หรืออากาศ เพื่อรักษาวิตามิน แร่ธาตุ และเอ็นไซม์ต่าง ๆ จากผักผลไม้ธรรมชาติไว้ให้ได้มากที่สุด ซึ่งหมายถึงการไม่สกัดน้ำผักผลไม้ ผ่านเครื่องแรงหมุนเหวี่ยงรอบสูง (centrifugal juicer) หรือฆ่าเชื้อด้วย พาสเจอร์ไรส์ (pasturization) โดยน้ำผักผลไม้สกัดเย็น แบบโคลด์ เพรส จะเป็นการสกัดผ่านระบบไฮดรอลิก เพรสเท่านั้น น้ำผัก หรือน้ำผลไม้สกัดเย็น จะมีอายุประมาณ 3-4 วันเท่านั้น ก่อนที่เชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ จะเริ่มเจริญเติบโต และเป็นอันตรายต่อเด็ก สตรีมีครรภ์ หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสามารถฆ่าเชื้อด้วยวิธีอื่น ๆ โดยไม่ใช้ความร้อน เช่น การฆ่าเชื้อด้วยความดัน หรือ high pressure processing (HPP) ด้วยวิธีนี้ เครื่องดื่มจะสามารถเก็บรักษาได้นานถึง 30-45 วัน โดยไม่มีเชื้อก่อโรค และสามารถรักษาวิตามิน แร่ธาตุ และเอ็นไซม์ต่าง ๆ ได้ สามารถอ่านรายละเอียดของ HPP ได้ ที่นี่

น้ำผักผลไม้สกัดเย็น มีประโยชน์จริงหรือเปล่า

ผัก และผลไม้เป็นแหล่งที่อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และเอ็นไซม์ที่มีประโยชน์จากธรรมชาติ ในขวดน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ขนาด 500 มิลลิลิตร จะใช้ผัก และผลไม้ มากกว่า 1 – 1.5 กิโลกรัม ซึ่งการทานผักผลไม้สดในชีวิตประจำวัน จะมีโอกาสทานให้ถึงจำนวนนี้ได้ยากมาก ๆ โดยเฉพาะคนที่ไม่ชอบทานผัก น้ำผักผลไม้สกัดเย็น จึงเป็นเครื่องดื่มที่จะช่วยให้ร่างกายได้วิตามิน แร่ธาตุ และเอ็นไซม์ปริมาณสูง ๆ ได้ง่ายขึ้น

หลายคนมีความกังวลเกี่ยวกับปริมาณ ไฟเบอร์ (fiber) ในเครื่องดื่ม ซึ่งในน้ำผักผลไม้สกัดเย็น โดยเฉพาะในระบบไฮดรอลิก เพรส จะมีกากใยจากผักผลไม้ ปะปนน้อยมาก หรือไม่มีเลย ที่ 0.03% ซึ่งจริง ๆ คือจุดประสงค์ของน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ที่ต้องไม่มีกากใยจากผักผลไม้ปะปนเลย เพราะกากใยจากผักผลไม้ จะทำให้ปริมาณน้ำที่สกัดได้จากน้ำผักผลไม้ลดน้อยลง และทำให้การดูดซึมของร่างกาย ดูดซึมได้ช้าลง ที่สำคัญ ไฟเบอร์ ในผักผลไม้ ไม่ได้มีปริมาณสูงกว่าปริมาณไฟเบอร์ในอาหารหลักอื่น ๆ เลย เพราะฉะนั้น การเลือกทานอาหารมื้อหลักที่มีประโยชน์ และดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น เพื่อเพิ่มวิตามิน แร่ธาตุ และเอ็นไซม์ร่วมด้วย จึงดีที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปริมาณผลไม้จำนวนมาก สามารถเพิ่มระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ดื่ม และส่งผลเสียต่อสุขภาพได้ เพราะฉะนั้น ควรเลือกส่วนผสมที่มีปริมาณผักสูง และใช้สัดส่วนของผลไม้ให้พอดีกับความต้องการของร่างกาย

น้ำผักผลไม้สกัดเย็น หรือ cold-pressed juice มีราคาสูง

ราคาของน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ขึ้นอยู่กับคุณภาพวัตถุดิบที่ใช้ และวิธีการสกัดน้ำผักผลไม้ โดยปกติ น้ำผักผลไม้สกัดเย็น 1 ขวด ขนาด 500 มิลลิลิตร จะประกอบไปด้วย ผักผลไม้สด ประมาณ 1 – 1.5 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าการทำน้ำผักผลไม้ปั่น โดยเฉพาะ วัตถุดิบออร์แกนิก ราคาจะสูงมาก และผันผวนตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อม และฤดูกาล โดยผักออร์แกนิก จะมีราคาสูงกว่าผลไม้ออร์แกนิก นอกจากนี้ การสกัดด้วยระบบไฮดรอลิก เพรส หรือแบบโคลด์ เพรส เครื่องจักรที่ใช้ จะมีมูลค่าตั้งแต่ 1 แสนบาท หรือ 4 – 6 แสนบาท หรือหลักล้านบาทขึ้นไป และหากมีการฆ่าเชื้อก่อโรคด้วย HPP เครื่องจักรจะมีมูลค่าตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป

เพราะฉะนั้นราคาน้ำผักผลไม้สกัดเย็น อาจจะมีช่วงราคาที่ค่อนข้างกว้าง ตั้งแต่ไม่ถึง 100 บาท ไปจนสูงเกือบ 300 บาท ในขนาด 500 มิลลิลิตร ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบ เครื่องจักร และเทคโนโลยีที่ใช้

สรุป

ปัจจุบัน หลายคนเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ โดยการออกกำลังกาย และทานอาหารที่มีประโยชน์ รวมถึงการดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ซึ่ง น้ำผักผลไม้สกัดเย็น แบบโคลด์ เพรส ถือเป็นน้ำผักผลไม้สกัดเย็นที่มีคุณภาพสูงที่สุด และเป็นเทคโนโลยีการผลิตที่ดีที่สุดในปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็น ที่มีสัดส่วนของผลไม้สูง อาจทำให้ร่างกายรับปริมาณน้ำตาลฟรุกโตสจากผลไม้เกินเกณฑ์ ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และมีความเสี่ยงในหลาย ๆ โรค เช่น น้ำหนักเกินเกณฑ์ โรคเบาหวาน โรคเกาต์ และโรคหัวใจเป็นต้น เพราะฉะนั้น ควรเลือกน้ำผักผลไม้สกัดเย็น โดยสังเกตข้อมูลโภชนาการ ว่ามีส่วนประกอบของผลไม้สูงหรือไม่ และมีปริมาณน้ำตาลกี่กรัม และหากต้องการให้เด็กเล็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย หรือผู้มีภูมิคุ้มกันต่ำ ควรเลือกดื่มน้ำผักผลไม้สกัดเย็นที่ผ่านการฆ่าเชื้อก่อโรค เพื่อความปลอดภัย